Thai-Burmese Border Checkpoint Now Open

0
1378

The Prachuap Khirikhan Governor, along with Thai officials, attended an opening ceremony of the Singkhara Thai-Burmese border checkpoint in Ban Mu Dong and met with Myanmar’s Prime Minister and other ministers of Tanao Sri to discuss about exporting goods and products from the two countries to strengthen regional economic stability.

On 8 May 2013, at 10 a.m., the Prachuap Governor Mr. Weera Sriwattanatrakul, the Deputy Governor Ms. Nuwanna Anantakitpaisal and Thai delegates travelled to Ban Mu Dong in Myanmar and attended the opening of the border checkpoint there. They were welcomed by H.E. Mr. U Mia Koh, the Prime Minister of Tanao Sri, and other ministers of Myanmar as well as the chairman of the Burmese Chamber of Commerce Mr. Hula Thin.

After the opening ceremony, the Thai and Burmese delegates attended a presentation of brief summary on the project of the Thai-Burmese border checkpoint before giving some tokens of appreciation to each other and visiting a production plant of palm oil in Tanao Sri.

Mr. Weera said that he was glad to see the border checkpoint open as he had continuously mobilized trading between Thailand and Myanmar in Singkhara amd Mu Dong. The checkpoint symbolizes local commerce between the two nations and there will be a national opening soon when Thai and Myanmar governments have state-to-state negotiation.

After the border checkpoint is open, Thailand will benefit from products on seafood and agriculture of Myanmar while Myanmar will have more goods on daily consumption from Thailand. In the future, both countries will be able to do good business on tourism and hotel business together. Also, the checkpoint will facilitate Burmese businesspeople to invest more in Thailand.

Specification of the border at Singkhara checkpoint will be negotiated, discussedband approved by Thailand and Myanmar later.

H.E. U Mia Koh said that he and the executives of Tanao Sri had already informed the government of Myanmar about the opening of the border checkpoint and would facilitate Thai businesspeople who go to Ban Mu Dong to do some business. Later, the Burmese government will improve the road to enter and exit from Singkhara to Marid which is located on the coastline of the Andaman Sea.

Thai businesspeople who wish to invest in Myanmar have to sign a contract via Marid Public Company Limited and present a report to the Myanmar government. Currently, Myanmar is requiring investment on energy, mining and construction in Tanao Sri where mining resources are abundant. Requirements for single and joint investments will be formulated for the next 75 years.

“I’m pleased to inform you that both America and the EU already cancelled sanction against products and goods exported from Myanmar. So, Myanmar is now allowing European and American companies to do business here. Since Thailand is our neighboring country, why not join us, especially construction of the port and seaboard in Tawai by Italian Thai Co. Ltd. which will be extended to Yakhai State in Myanmar,” said H.E. U Mia Koh.

At present, a lot of Burmese people are staying and working in Thailand. So, the Myanmar government is asking the Thai one to take care of them and their living condition. Bilateral cooperation between Thailand and Myanmar will upgrade and strengthen the relation between the two ASEAN nations later, concluded H. E. U Mia Koh.

เปิดด่านไทย-พม่า ช่องสิงขร-บ้านมู่ด่อง

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นำทีมฝ่ายราชการไทยเปิดด่านพรมแดนช่องสิงขรไทยกับประเทศพม่าบ้านมู่ด่อง พบนายกรัฐมนตรีภูมิภาคตะนาวศรีและรัฐมนตรี เตรียมจัดส่งสินค้าของแต่ละประเทศเข้าออก เพื่อสร้างเสถียรภาพทางด้านเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นภูมิภาค

เวลา 10.00 น.วันที่ 8 พฤษภาคม นายวีระ  ศรีวัฒนตระกูล ผวจ.ประจวบฯ นส.นุวรรณา อนันตกิจไพศาล รอง ผวจ.ประจวบฯ และคณะ หน.ส่วนราชการ เดินทางด้วยรถยนต์เข้าสู่หมู่บ้านมู่ด่อง จ.ทวาย สาธารณะรัฐเมี่ยนม่าร์ (พม่า) เพื่อทำพิธีการเปิดด่านพรมแดน “สิงขร-มู่ด่อง” อย่างเป็นทางการในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค โดยมี ฯพณฯ นายอูเมียโก๊ะ นายกรัฐมนตรีภูมิภาคตะนาวศรี นายฮูลา ธิน ประธานหอการค้าเมืองมะริด และ รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง-พาณิชย์-คมนาคม-คลัง รวมทั้ง จนท.ฝ่ายความมั่นคงของทหาร ให้การต้อนรับ ณ ลานที่ทำการจุดขึ้นลงสินค้า

หลังจากนั้นก็ได้เข้าห้องประชุมบรรยายสรุป พร้อมกับมีการแลกเปลี่ยนสิ่งของที่ระลึกเพื่อแสดงสัญลักษณ์ในการเปิดด่านพรมแดนระหว่าง จ.ประจวบฯ กับ เขตภูมิภาคตะนาวศรี ต่อจากนั้นคณะทั้งสองก็เดินทางไปยังศูนย์การผลิตน้ำมันปาล์ม เพื่อการพูดคุยในรายละเอียดของแต่ละฝ่ายผ่านล่ามแปลและร่วมรับประทานอาหารกลางวัน

นายวีระฯ กล่าวว่า ตนเองในฐานะเจ้าเมืองหรือผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นั้นดีใจมากที่ได้มีวันนี้เกิดขึ้น ซึ่งตลอดระยะเวลานั้นก็ได้มีการผลักดันทั้งระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ ให้สิงขร-มู่ด่อง นี้เป็นบ้านพี่เมืองน้อง ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าของแต่ละประเทศ การเปิดด่านในครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปิดในระดับท้องถิ่น (โลคอน) ส่วนการเปิดอย่างเป็นทางการในระดับประเทศนั้นก็จะมีขึ้นตามมาอีกหลังจากรัฐบาลไทยกับเมียนม่าร์ ได้มีการเจรจาในรูปแบบของรัฐต่อรัฐ

การเปิดในสัดส่วนนี้ มันก็จะก่อให้เกิดประโยชน์กับทางไทยและเมียนม่าร์โดยไทยนั้นก็จะได้ในส่วนสินค้าอย่างเช่น สัตว์น้ำทางทะเล สินค้าการเกษตรพืชไร่สวน ซึ่งในส่วนนี้ทางเมียนม่าร์มีมาก และนอกจากนั้นในอนาคตการท่องเที่ยว โรงแรม แหล่งที่พักก็จะตามมา และเมียนม่าร์ก็จะได้สินค้าอุปโภค บริโภค สิ่งของเครื่องใช้จากไทยเข้าสู่ประเทศ และที่สำคัญนั้นทางไทยเราเองก็ยังเปิดรับนักธุรกิจชาวพม่า ที่จะเดินทางเข้ามาลงทุนทางด้านธุรกิจต่าง ๆ ทั้งเล็กและใหญ่ด้วยเช่นกัน

สำหรับการกำหนดเส้นเขตแดนไทย- เมียนม่าร์ ในช่วงช่องด่านสิงขร นั้นก็จะต้องมีการตรวจร่วมและตรวจสอบเส้นแนวเขตในรายละเอียดแดนต่อแดนอีกครั้งหนึ่ง

ทางด้าน นายอูเมียโก๊ะฯ กล่าวว่า ในการเปิดด่านพรมแดนในระดับท้องถิ่นนี้ทางตนเองและคณะฝ่ายบริหารภูมิภาคเขตตะนาวศรีนี้ก็ได้แจ้งเรื่องไปยังรัฐบาลกลางได้ทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็จะเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจไทยที่จะเข้ามาซื้อหาสินค้าได้ในจุดที่กำหนดเอาไว้คือลานหมู่บ้านมู่ด่อง ต่อจากนั้นก็จะเริ่มพัฒนาโดยเฉพาะในเส้นทางเข้าออกจากช่องสิงขรไทยไปยังเมืองมะริด ซึ่งอยู่ติดเขตชายฝั่งทะเลอันดามัน

การที่คนไทยนักธุรกิจไทยจะเข้ามาร่วมลงทุนหรือว่าจะมาลงทุนเองนั้นประการแรกจะต้องมีการติดต่อ (คอนแท๊กซ์) ผ่าน บริษัท มริด มหาชน จำกัดต่อจากนั้นก็จะต้องรายงานนำเสนอไปยังคณะกรรมการแห่งชาติ รัฐบาลกลาง ได้รับทราบ สิ่งที่ทางเมียนม่าร์ต้องการให้เกิดการลงทุนที่สำคัญนั้นก็คือ การลงทุนทางด้านพลังงาน การก่อสร้างสิ่งต่างๆ การเปิดเหมืองแร่ต่างๆ ในแต่ละจุดของเขตตะนาวศรีเนื่องจากเรามีแหล่งแร่อยู่เป็นจำนวนมาก การปลูกสร้างโรงแรม-บ้านพักและการท่องเที่ยว และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ทางการเมียนม่าร์เราได้กำหนดจุด (โซนนิ่ง) เอาไว้ให้แล้วส่วนข้อกำหนดตกลงทั้งลงทุนเดียว ลงทุนร่วม จะมีข้อกฎหมายกำหนดเอาไว้ให้ถึง 75 ปี

“ ขณะนี้ก็ขอบอกได้เลยว่าทางสหรัฐอเมริการและกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป”อียู”ได้ยกเลิกมาตรการแซงชั่นกีดกันสินค้าของเมียนม่าร์เข้าไปยังประเทศของเขาแล้วซึ่งก็ทำให้เมียนม่าร์ไม่มีปัญหาใดๆ ทางด้านสินค้าส่งออก เราจึงเปิดโอกาสให้สหรัฐฯ และอียูได้เข้ามาลงทุนกับธุรกิจต่างๆ ได้ เพราะฉะนั้นประเทศไทยซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและอยู่ติดกันมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เราจึงเปิดโอกาสให้นักธุรกิจไทยเข้ามาร่วมลงทุนได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกของ บ.อิตาเลี่ยนไทยที่ จ.ทวาย ที่กำลังจะดำเนินการแล้วก็จะต่อขายออกไปยังรัฐยะไข่ ” นายอูเมียโก๊ะฯ กล่าว

นายอูเมียโก๊ะฯ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ขณะนี้ก็มีขาวเมียนม่าร์ได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงาน ซึ่งในเรื่องนี้ทางรัฐบาลเราก็ขอให้ทางไทยช่วยดูแลทางด้านวิถีชีวิตการเป็นอยู่ ซึ่งถ้าทั้งสองประเทศมีการร่วมมือกันทั้งพฤตินัย นิตินัย มันก็จะทำให้เป็นการยกระดับก่อให้เกิดความแน่นแฟ้นของกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนสืบต่อไป.

comments